| 1.) |
สถาบัน IIT ของอินเดียติดอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกรองจาก MIT และ Berkeley (ที่มา: www.timeshighereducation.co.uk) |
 |
 |
| |
World's top 100 in technology (2006) |
Rank |
Institute |
Country |
Score |
Citation per paper |
1 |
Massachusetts Institute of Technology |
US |
100 |
3.2 |
2 |
University of California, Berkeley |
US |
96.7 |
3.4 |
3 |
Indian Institutes of Technology |
INDIA |
87.1 |
- |
4 |
Imperial College London |
UK |
83.5 |
2.3 |
5 |
Stanford University |
US |
83.4 |
3.5 |
 |
| * หมายเหตุ ปี 2004 ติดอันดับ 4, ปี 2005 ติดอันดับ 3 |
 |
 |
2.) |
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย 50 อันดับ (รวม Australia แล้ว) เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศอินเดีย ถึง 9 แห่ง (ที่มา: www.asiaweek.com) |
3.) |
สถาบัน IIM ของอินเดียจัดเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย (รวม Australia แล้ว) ด้านวิชาการบริหารธุรกิจ (ที่มา: www.asiaweek.com) |
4.) |
38% ของแพทย์ในสหรัฐอเมริกา, 36% ของเจ้าหน้าที่ในองค์กร NASA, 34% ของพนักงาน Microsoft, 28% ของพนักงาน IBM, 17% ของพนักงาน INTEL, 12% ของนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา ทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย (ที่มา: Access to The Wealth of India, 2549) |
5.) |
เป็นแหล่งที่มีนักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรชั้นนำมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และสามารถผลิตวิศวกรได้ราว 200,000 คนต่อปี |
6.) |
เมือง Bangalore ในอินเดียจัดเป็นเมืองการศึกษา และเมืองแห่ง IT ระดับโลก (IT Hub) มีผลงานโดดเด่นมากมาย อาทิ Hotmail และ การแก้ปัญหา Y2K รวมทั้งยังเป็นแหล่ง Out sourc ด้าน IT ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก |
7.) |
เป็นแหล่งผลิตยาที่มีขนาด และการขยายตัวมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมีบริษัทค้นคว้าด้าน Bio-Technology และ Genomics ถึง 170 แห่ง และกำลังเป็นวิทยาการที่ก้าวขึ้นสู่ระดับหัวแถวของโลก เช่นเดียวกับ IT |
8.) |
เป็น 1 ใน 6 ประเทศที่มีเทคโนโลยีอวกาศชั้นสูง โดยลูกค้าสำคัญที่ว่าจ้างให้อินเดียปล่อยดาวเทียมได้แก่ เยอรมันนี, เบลเยี่ยม, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และประเทศในกลุ่มยุโรปอื่นๆ |
9.) |
Yasutoshi Washio ผู้รู้ด้าน TQM ที่สำคัญของโลกชาวญี่ปุ่น ทำนายว่าคุณภาพของอุตสาหกรรมอินเดียจะเหนือกว่าญี่ปุ่นภายในปี 2013 |
10.) |
ผู้สำเร็จการศึกษาจาก IIT เป็น 1 ใน 3 ของพนักงานที่ได้รับการจ้างงานมากที่สุดจาก McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก |
11.) |
จากการสำรวจ Fortune 500 พบว่าอินเดียมีคนระดับหัวแถวของโลกถึง 100 คน ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างจีนมีเพียง 33 คน |