OVERVIEW
CURRICULAR & BUDGET
มหาวิทยาลัยในประเทศอินเดียอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากรัฐบาลกลางทั้งสิ้น โดยสามารถแบ่งประเภทมหาวิทยาลัยออกได้ดังนี้

1. State University
เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลโดยตรง ซึ่งมีการจัดตั้งขึ้นประจำรัฐเพื่อขยายการศึกษาให้ทั่วถึงทั้งประเทศ และส่วนใหญ่มีชื่อเสียงมากโดยมหาวิทยาลัยรัฐเหล่านี้อาจมีมหาวิทยาลัยในการกำกับดูเลอยู่มาก อาทิ Bangalore University ซึ่งบริหารงานในแบบวิทยาเขต มีวิทยาลัยย่อย (College) ภายใต้การดูแลอยู่ราวๆ 600 แห่ง ซึ่งการจัดการสอนของวิทยาลัยย่อยเหล่านี้จะถูกดูแลจากมหาวิทยาลัยหลัก รวมถึงข้อสอบปลายภาคด้วย

2. University of Professional Degree
เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อการศึกษาเฉพาะทาง โดยอาจมีวิทยาเขตย่อยเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยของรัฐแบบ State University ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยแบบนี้ เช่น Visvesvaraya Technological University (VTU) ซึ่งจัดสอนด้านวิศวกรรมศษสตร์ และเป็นมหาวิทยาลัยที่ดูแลด้านงานอวกาศของอินเดีย รวมถึงการจัดส่งดาวเทียมให้เกาหลีใต้ และประเทศในแถบยุโรป อีกแห่งที่มีชื่อเสียงคือ Rajiv Gandhi University of Health Sciences จะจัดสอนวิชาการทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งมีวิทยาเขตย่อยจำนวนมาก

3. Affiliated College
เป็นมหาวิทยาลัยในการกำกับดูแลจากมหาวิทยาลัยรัฐ เป็นระบบมหาวิทยาลัยที่คนไทยไปศึกษาต่อค่อนข้างมาก โดยมหาวิทยาลัยเหล่านี้จะไม่ใช้ชื่อ University ลงท้าย แต่จะใช้คำว่า College แทน เนื่องจากเป็นวิทยาเขตย่อยของมหาวิทยาลัยของรัฐ และเป็นการดำเนินงานของเอกชน ซึ่งเกิดขึ้นโดยนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขยายการศึกษาให้ทั่วถึง แต่ตัวมหาวิทยาลัยของรัฐเองไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด จึงเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการลงทุนแทน โดยมหาวิทยาลัยของรัฐจะเป็นผู้กำกับดูแลหลักสูตร และการสอบปลายภาค ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการกำกับดูแลของ Bangalore University ที่มีต่อนักศึกษาในแต่ละวิทยาเขต คือ การประเมินผลการศึกษา
     - คะแนน 10% มาจากการเข้าชั้นเรียน
     - คะแนน 20% มาจากการสอบเก็บคะแนนกลางภาค
     - คะแนน 70% มาจากการสอบปลายภาคโดยข้อสอบกลาง
ผู้ที่ทำคะแนนผ่าน 40% ขึ้นไปถึงจะสามารถไปเรียนต่อในระดับต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม 40% นี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนนักเพราะบางวิทยาเขตต้องการคะแนนที่สูงกว่านั้น

อนึ่ง วิทยาเขตย่อยเหล่านี้ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องขึ้นกับมหาวิทยาลัยของรัฐเพียงแห่งใดแห่งหนึ่ง การขึ้นทะเบียนเป็นมหาวิทยาลัยในการกำกับดูแลจะขึ้นอยู่ที่ตัวหลักสูตร อาทิ หลักสูตรด้าน Arts, Sciences, Commerce, Management และ Education อาจขึ้นกับ Bangalore University ด้าน Law อาจขึ้นกับ India University ด้าน Engineering อาจขึ้นกับ VTU ส่วนการแพทย์เป็น Rajiv Gandhi University of Health Sciences เป็นต้น เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาจะได้วุฒิจากมหาวิทยาลัยที่หลักสูตรนั้นอยู่ในการดูแล

อย่างไรก็ดี แม้นักศึกษาจะจบการศึกษาโดยได้วุฒิจากมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ มหาวิทยาลัยในการกำกับดูแลแต่ละแห่งนั้น มีสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เหมือนกัน อาจารย์ผู้สอน รูปแบบการสอน รวมถึงผู้ร่วมเรียนก็ยังมีคุณภาพที่แตกต่างกัน

4. Autonomous College
มหาวิทยาลัยอิสระในความดูแลของมหาวิทยาลัยรัฐ เป็นระบบที่อังกฤษได้วางรากฐานมาก่อน และเป็นมหาวิทยาลัยคริสต์ โดยมหาวิทยาลัยเหล่านี้มีอิสระในการดำเนินงานค่อนข้างมาก แม้จะอยู่ในการดูแลจากมหาวิทยาลัยรัฐก็สามารถจัดหลักสูตรได้เอง จัดสอบเอง และไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติเรื่องต่างๆจากรัฐบาลมากนัก ความคล่องตัวในการดำเนินงานจึงมีสูง มหาวิทยาลัยเหล่านี้ส่วนหนึ่งกำลังเตรียมตัวจดทะเบียนเป็น University ซึ่งปกติจะใช้เวลา 5 ปี ก่อนที่จะเป็น University เต็มตัว และมักมีชื่อเสียงในระดับประเทศ โดยมีหลักสูตรที่หลากหลาย และแข็งแกร่ง อาทิ Christ College, St.Joseph’s College, Mount Carmel College และ Loyola College เป็นต้น

5. Deemed University
มหาวิทยาลัยในการควบคุมพิเศษ และไม่ขึ้นกับมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่จะขึ้นกับรัฐบาลโดยตรงผ่านอำนาจของ UGC ภายใต้กระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอินเดีย (Ministry of Human Resources Development) มหาวิทยาลัยเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็น Affiliated College มาก่อน และบางส่วนขอเลื่อนชั้นเป็น Autonomous College ก่อนที่จะขอจดทะเบียนเป็น Deemed University ซึ่งจะกินเวลา 5 ปีก่อนที่จะเป็น University เต็มตัว ซึ่งมหาวิทยาลัยประเภทนี้มักจะมีการสอนระดับปริญญาเอกซึ่งในตอนที่เป็น College ไม่มี อย่างไรก็ตาม Deemed University นี้ ก.พ. จะไม่รับรองโดยตรงเนื่องจากหลุดพ้นจากการควบคุมจากมหาวิทยาลัยรัฐและยังไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยเต็มตัว การนำวุฒิกลับมาเทียบจำเป็นต้องนำหนังสือการประกาศเป็นมหาวิทยาลัยพิเศษกลับมาด้วย ยกเว้นหากมหาวิทยาลัยนั้นๆ ได้รับการเทียบวุฒิเป็นกรณีพิเศษแล้ว อาทิ Christ University (ในอดีตคือ Christ College และมีนักศึกษาทุน ก.พ.เรียนอยู่จำนวนมาก) ซึ่งทางบริษัท PIE ได้รับอำนาจในการเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการจาก Christ University ทำเรื่องขอเทียบวุฒฺเป็นที่เรียบร้อยในเดือน ตุลาคม 2552 นอกจากนี้ยังมี SVYASA University ซึ่งเคยเป็น Deemed University มาก่อน แต่ปัจจุบันเป็น University เต็มตัว และสอนด้าน โยคะโดยตรงจนถึงระดับปปริญญาเอกร่วมกับมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

6. Constituent College
เป็นลักษณะของวิทยาลัยย่อย ไม่ใช่มหาวิทยาลัย ซึ่งมีจัดการเรียนการสอนเฉพาะด้านในสาขาใดสาขาหนึ่ง อาทิ ด้านการออกแบบ ซึ่งอาจเป็นการออกแบบอัญมณี หรือการออกแบบแฟชั่น รวมถึงวิทยาลัยด้านศิลปกรรม โดยทั่วไปวิทยาลัยแบบนี้แบ่งได้ 2 ลักษณะคือ
1. แบบที่อยู่ในการควบคุมของมหาวิทยาลัยรัฐ โดยมหาวิทยาลัยรัฐอาจเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยต้องการย่อยคณะลงไป หรือ เอกชนเป็นผู้ดำเนินการโดยขอการดูแลหลักสูตรจากมหาวิทยาลัยรัฐ
2. แบบที่ไม่อยู่ในการควบคุมใดๆ ซึ่งทางสถาบันเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งวิทยาลัยแบบนี้จะมีปัญหาด้านการเทียบวุฒิกับ ก.พ.
 
7. Private University/ College
เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งแบ่งได้ 2 ลักษณะ
1. มหาวิทยาลัยเอกชนที่จดทะเบียนกับรัฐบาล อาทิ Manipal University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย มีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก และมีความโดดเด่นด้านการแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยประเภทนี้อาจก่อตั้งจากกลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มของสถาบันการศึกษา ก่อนที่จะแปลงสภาพเป็น University เต็มตัว ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาเรื่องการเทียบวุฒิของ Manipal University ซึ่งในอดีตก่อนที่จะเป็น University เต็มตัวนั้นใช้ชื่อว่า Manipal Academy of Higher Education (MAHE) ซึ่ง ก.พ. รับรองโดยตรง ต่อมาเมื่อเปลี่ยนเป็น University ก.พ. จึงไม่มีฐานข้อมูลอยู่ จะมีแต่ชื่อเก่า ทั้งนี้ ก.พ. กำลังรอผู้สำเร็จการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยนี้กลับมาเทียบวุฒิเพื่อดำเนินการ update ข้อมูลใหม่เท่านั้น
2. มหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนกับรัฐบาล มหาวิทยาลัยเหล่านี้ไม่สามารถเทียบวุฒิกับ ก.พ. ได้เลย และไม่สามารถศึกษาต่อได้
อนึ่ง กรณีที่ผู้สำเร็จการศึกษาไม่ว่าจากมหาวิทยาลัยประเภทใดก็ตาม กลับมาแล้วต้องการศึกษาต่อภายในประเทศไทย การรับรองคุณวุฒิเพื่อเข้าศึกษาต่อจะไม่เกี่ยวข้องกับ ก.พ. แต่จะขึ้นอยู่กับสำนักคณะกรรมการอุดมศึกษา
 

การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของอินเดียแบ่งออกได้ ดังนี้

1.)
ระดับปริญญาตรี (Bachelor's Degree)
โดยทั่วไปกำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ 3 ปี ทั้งหลักสูตรด้านสังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีบางหลักสูตรที่กำหนดจำนวนปีการศึกษาแตกต่างออกไปเป็น 4 ปี ได้แก่ ด้านการแพทย์ (4.5 ปี + 1 ปี ฝึกงาน)ทันตแพทย์ (4 ปี + 1 ปี ฝึกงาน) พยาบาลศาสตร์ (4 ปี + 6 เดือน ฝึกงาน) เภสัชศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ การเกษตร และการโรงแรม นอกจากนี้ยังมีปริญญาตรี 5 ปี เช่น นิติศาสตร์ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจกำหนดให้ผู้ต้องการศึกษาในสาขานิติศาสตร์ จำเป็นต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสาขาอื่นๆ ก่อน แล้วจึงสามารถเข้าศึกษาต่อโดยใช้เวลาประมาณ 3 ปี และสาขาด้านการศึกษาโดยทั่วไปกำหนกให้จบปริญญาตรีก่อน และจึงศึกษาต่อด้านการศึกษา อีก 1 ปี
 
2.)
ระดับปริญญาโท (Master Degree)
หลักสูตรปริญญาโททั่วไปกำหนดประมาณ 2 ปี ทุกสาขาต่อจากปริญญาตรี ยกเว้นบางสาขากำหนดไว้ 3 ปี อาทิ ด้านการแพทย์ และ MCA (Master of Computer Applications) ทั้งนี้นักศึกษาควรจบปริญญาตรีในสาขาที่ตรงกับที่ต้องการศึกษาต่อ หรือเคยศึกษามาบางรายวิชาในระดับปริญญาตรี (ปัจจุบันเริ่มข้ามสาขาได้ยกเว้นการศึกษาต่อเฉพาะทาง อาทิ การแพทย์ นิติศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งผู้จบปริญญาตรีสาขาอื่นจะไม่สามารถข้ามสาขาเรียนได้)
 
3.)
ระดับอนุปริญญาเอก (Master of Philosophy)
เป็นการศึกษาในระดับก่อนปริญญาเอก กำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ 1-2 ปี หลังจบปริญญาโท การศึกษามีทั้งภาคบรรยาย (Course Work) และการทำวิจัย (Research) มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนดให้นักศึกษาต้องเรียน M.Phil. เป็นคุณสมบัติก่อนเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก อาทิ Delhi University แต่กฎนี้เริ่มเข้มงวดน้อยลง บางแห่งหลังจบปริญญาโทสามารถเข้าเรียนปริญญาเอกได้เลย
 
4.)
ระดับปริญญาเอก (Doctor of Philosophy)
 
เป็นการศึกษาที่เน้นการทำวิจัย และต้องทำการศึกษาด้วยตนเองภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor) หลักสูตรใช้เวลาประมาณ 2-5 ปี แล้วแต่ความสามารถของผู้ศึกษา สถานศึกษาบางแห่งเริ่มกำหนดให้เรียน Course Work บ้าง แต่ส่วนใหญ่เน้นการทำวิจัยเป็นหลัก การสมัครเรียนต่อในระดับนี้ต้องเสนอ Research Proposal เพื่อหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในหัวข้อที่ต้องการวิจัย รวมทั้งต้องให้คณะกรรมการของมหาวิทยาลัยอนุมัติ และนำเสนอต่อรัฐบาลด้วย (PIE มีทีมงานยินดีให้คำปรึกษาการเขียน Research Proposal ระดับปริญญาเอก)
 

สำหรับภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีดังนี้
• ภาคแรก ประมาณเดือนกรกฎาคม - เดือนธันวาคม
• ภาคสอง ประมาณเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม

หลักสูตร

หลักสูตรการศึกษาของอินเดียมีให้เลือกหลากหลาย โดยมีสาขาที่น่าสนใจ อาทิ
วิศวกรรมกรรมศาสตร์ และ Computer
วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา/เทคโนโลยีชีวภาพ
บริหารธุรกิจ/พาณิชยศาสตร์
การแพทย์ (ในอดีตไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติศึกษา)
เภสัชศาสตร์
นิเทศศาสตร์
รัฐศาสตร์
เศรษฐศาสตร์
ครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์
ปรัชญา และศาสนา
ศิลปกรรมศาสตร์
กฎหมาย
  • การโรงแรม
  ดูข้อมูลหลักสูตร
การจัดอันดับมหาวิทยาลัย
อินเดียไม่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ มหาวิทยาลัยทุกแห่ง อยู่ในการดูแลของรัฐบาลจึงมีมาตราฐานที่เชื่อถือได้ และยังได้รับการรับรองจาก ก.พ. อย่างไรก็ตามนักศึกษาเชื่อมั่นได้ว่า การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของอินเดียไม่เป็นรองประเทศใดในโลก จะเห็นได้จากการจัดอันดับระหว่างประเทศที่อินเดียมีสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยติดอันดับ 3 ของโลก รองจาก MIT และ Berkeley ส่วนด้านการบริหารธุรกิจยังเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย แม้จะรวมประเทศออสเตรเลียแล้วก็ตาม (ข้อมูลอ้างอิง)
นักศึกษาสามารถตรวจสอบอันดับมหาวิทยาลัยในอินเดีย แยกตามสาขาวิชาต่างๆ และตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้จาก Link ด้านล่าง
อันดับมหาวิทยาลัยในอินเดีย แยกตามสาขาปี 2007
50 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของอินเดียปี 2007
ประกาศเตือนมหาวิทยาลัยปลอมของอินเดีย
รายชื่อ และ Website มหาวิทยาลัยทั้งหมดของอินเดีย
ตรวจสอบการรับรองมหาวิทยาลัยกับ ก.พ

สถาบันที่แนะนำ

PIE ให้คำปรึกษา และแนะนำมหาวิทยาลัยที่หลากหลายไม่เฉพาะเจาะจงที่ใด หรือเมืองใด ขึ้นอยู่กับความโดดเด่นของสาขาวิชาในแต่ละมหาวิทยาลัย และตัวนักศึกษาเองในด้าน ระดับที่ต้องการศึกษา (ตรี-โท-เอก) เกรดเฉลี่ย ความสามารถทางภาษาอังกฤษ งบประมาณ และเงื่อนไขที่ต้องการอื่นๆ อาทิ ต้องการขอทุนการศึกษา เป็นต้น รายละเอียดสอบถามโดยตรงที่ PIE
ตัวอย่างบางส่วนของมหาวิทยาลัยชั้นนำ
IIT kharagpur
IIM Ahmedabad
IIM Bangalore
Symbiosis
University of Delhi
JNU
Jamia Millia Islamia University
Aligarh Muslim University
University of Roorkee
University of Mumbai
University of Pune
University of Hyderabad
University of Calcutta
Osmania University
Anna University
Bangalore University
Visvesvaraya Technological University
Rajiv Gandhi University of Health Sciences
National Law School of India University
Indian Inistitute of Science
Manipal University
Mount Carmel College
St Joseph's College
Christ University
People Education Society University
Dayananda Sagar Institute
CMR
Loyola College
 
ประมาณการค่าใช้จ่ายระดับมหาวิทยาลัย
 
 
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ทำไมต้องอินเดีย
เกี่ยวกับอินเดีย
หลักสูตรและค่าใช้จ่าย
บทสัมภาษณ์และสาระน่ารู้
โปรโมชั่น
กระดานสนทนา
ติดต่อเรา
ภาพการเรียนในอินเดีย
แผนผังเวบไซต์
 
   
  บริษัท โปรเฟสชันนัล อินเดีย เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (PIE) เลขที่ 294/11 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400
โทรศัพท์: 0-2278-3808, 08-1455-8811, 08-6099-2929
Email: info@pieindiastudy.com, pieindia@hotmail.com
© 2007 PIE | Professional India Education.