
ภายหลังที่โลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 มุมมองของโลกที่มีต่อภูมิภาคเอเชียได้เปลี่ยนไปจากศตวรรษก่อน ในฐานะแหล่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยประเทศหนึ่งที่มีอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึง 8% ต่อปี ศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจจัดเป็นอันดับ 4 ของโลก อีกทั้งมีการพัฒนาปัจจัยภายในที่เสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรมนุษย์ และองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยี จนทำให้เป็นที่น่าจับตามองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ ประเทศที่ว่านั้นก็คือ อินเดีย
รัฐบาลอินเดียได้ตั้งยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนเพื่อสร้างจุดแข็ง 5 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาด้านการเกษตรและเกษตรแปรรูปซึ่งถือเป็นภาคอุตสาหกรรมหลัก
2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะด้านพลังงาน
3. ด้านไอที
4. การศึกษา
5. ยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมภายใต้เป้าหมายให้สามารถพึ่งพาตนเอง
ทั้งหมดมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในปี 2563 อินเดียจะมีประชากรในวัยแรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ถึง 540 ล้านคน รัฐบาลจึงต้องปูพื้นฐาน เสริมสร้างทักษะและศักยภาพเพื่อให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้าอินเดียตั้งเป้าหมายผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมออกสู่ตลาดแรงงาน 5 ล้านคน
ในส่วนความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจนั้น รัฐบาลอินเดียได้มุ่งพัฒนาให้เอกชนมีขีดความสามารถในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และด้านบริการคือ ธุรกิจบริการเอาต์ซอร์ซ (Outsource) และศูนย์ให้บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) เนื่องจากอินเดียมีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้า จึงช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมาก และที่สำคัญคือ คนอินเดียส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี จนปัจจุบันอินเดียถือเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาทางไกลโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านไอที รวมทั้งยังจัดเป็นศูนย์รวมแห่งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของโลก โดยมีเมืองบังกาลอร์เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้อินเดียยังมีคนที่มีระดับการศึกษาสูงอยู่เป็นจำนวนมาก และมีมากขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล คนเหล่านี้ถือเป็นขุมกำลังทางเศรษฐกิจให้แก่อินเดีย ทำให้ปัจจุบันอินเดียก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 15 ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในเอเชียถือว่าเป็นรองจีน และญี่ปุ่นเท่านั้น
อนึ่ง ด้วยจำนวนประชากรชนชั้นระดับกลางในอินเดียที่มีอยู่กว่า 300 ล้านคน จัดว่าเป็นกำลังซื้อจำนวนมหาศาลที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจทั้งภายใน และระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี ทำให้ประเทศไทยลงนามทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับอินเดียเมื่อเดือนตุลาคม 2546 รวมทั้งยังจัดทำข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และการฝึกอบรมระหว่างกัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2548 อีกด้วย
|