| ประวัติศาสตร์ | ภูมิศาสตร์ | การเมืองและเศรษฐกิจ | ประชากรและวัฒนธรรม | ที่พักอาศัยและสุขภาพอนามัย |
| การเงิน | อาหารการกิน | การสื่อสาร | การเดินทาง |

เนื่องจากมีประชากรอยู่ราว 1,300 ล้านคน ซึ่งจัดได้ว่ามากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน อินเดียจึงเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีระบบการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภาที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข กระจายอำนาจการปกครองในลักษณะสหพันธรัฐ (Federal System) แบ่งเป็น 29 รัฐ และสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง (Union Territories) 5 เขต เมืองใหญ่ที่สุด 3 เมือง คือ นิวเดลี มุมไบ และกัลกัตตา (มุมไบเป็นเมืองใหญ่ที่สุด มีประชากรกว่า 15 ล้านคน) อย่างไรก็ตามรัฐแต่ละรัฐจะมีรัฐบาลมลรัฐ (State Government) ทำการบริหารปกครองตนเอง โดยมีผู้ว่าการรัฐมาจากการเลือกตั้ง ส่วนรัฐบาลกลาง (Government of India) จะเข้ามาควบคุมในเรื่องสำคัญ เช่น การศึกษา การทหาร การคมนาคม การเงิน และกฎหมาย โดยเฉพาะด้านการศึกษานั้น นักศึกษาไทยไม่ต้องกังวล เนื่องจากมหาวิทยาลัยทุกแห่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากรัฐบาลกลาง



ภายหลังที่โลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 มุมมองของโลกที่มีต่อภูมิภาคเอเชียได้เปลี่ยนไปจากศตวรรษก่อน ในฐานะแหล่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยประเทศหนึ่งที่มีอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึง 8% ต่อปี ศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจจัดเป็นอันดับ 4 ของโลก อีกทั้งมีการพัฒนาปัจจัยภายในที่เสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรมนุษย์ และองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยี จนทำให้เป็นที่น่าจับตามองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ ประเทศที่ว่านั้นก็คือ อินเดีย

รัฐบาลอินเดียได้ตั้งยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนเพื่อสร้างจุดแข็ง 5 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาด้านการเกษตรและเกษตรแปรรูปซึ่งถือเป็นภาคอุตสาหกรรมหลัก
2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะด้านพลังงาน
3. ด้านไอที
4. การศึกษา
5. ยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมภายใต้เป้าหมายให้สามารถพึ่งพาตนเอง

ทั้งหมดมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในปี 2563 อินเดียจะมีประชากรในวัยแรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ถึง 540 ล้านคน รัฐบาลจึงต้องปูพื้นฐาน เสริมสร้างทักษะและศักยภาพเพื่อให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้าอินเดียตั้งเป้าหมายผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมออกสู่ตลาดแรงงาน 5 ล้านคน

ในส่วนความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจนั้น รัฐบาลอินเดียได้มุ่งพัฒนาให้เอกชนมีขีดความสามารถในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และด้านบริการคือ ธุรกิจบริการเอาต์ซอร์ซ (Outsource) และศูนย์ให้บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) เนื่องจากอินเดียมีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้า จึงช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมาก และที่สำคัญคือ คนอินเดียส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี จนปัจจุบันอินเดียถือเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาทางไกลโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านไอที รวมทั้งยังจัดเป็นศูนย์รวมแห่งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของโลก โดยมีเมืองบังกาลอร์เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้อินเดียยังมีคนที่มีระดับการศึกษาสูงอยู่เป็นจำนวนมาก และมีมากขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล คนเหล่านี้ถือเป็นขุมกำลังทางเศรษฐกิจให้แก่อินเดีย ทำให้ปัจจุบันอินเดียก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 15 ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในเอเชียถือว่าเป็นรองจีน และญี่ปุ่นเท่านั้น

อนึ่ง ด้วยจำนวนประชากรชนชั้นระดับกลางในอินเดียที่มีอยู่กว่า 300 ล้านคน จัดว่าเป็นกำลังซื้อจำนวนมหาศาลที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจทั้งภายใน และระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี ทำให้ประเทศไทยลงนามทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับอินเดียเมื่อเดือนตุลาคม 2546 รวมทั้งยังจัดทำข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และการฝึกอบรมระหว่างกัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2548 อีกด้วย


 
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ทำไมเลือกศึกษาต่อที่อินเดีย?
เกี่ยวกับประเทศอินเดีย
หลักสูตรและค่าใช้จ่ายเรียนอินเดีย
บทสัมภาษณ์และสาระน่ารู้
โปรโมชั่น
กระดานสนทนาศึกษาต่ออินเดีย;
ติดต่อเรา
ภาพการเรียนในอินเดีย
แผนผังเวบไซต์
 
   
  บริษัท โปรเฟสชันนัล อินเดีย เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (PIE) เลขที่ 294/11 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400
โทรศัพท์: 0-2278-3808, 08-1455-8811, 08-6099-2929
Email: info@pieindiastudy.com, pieindia@hotmail.com
© 2007 PIE | Professional India Education.